เสริมจมูกแบบไหนดีที่ Someko

เสริมจมูกใหม่ แก้จมูกพัง ทำแล้วต้องปังกว่าเดิมกับ 3 เทคนิคเสริมจมูก ที่ออกแบบให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะบุคคล

ทรงจมูกที่สวย ไม่ใช่ทรงจมูกที่โด่ง สโลป หรือปลายพุ่ง แต่ทรงจมูกที่สวยคือทรงจมูกที่เข้ากับใบหน้าของเรา มีสัดส่วนของความยาวจมูก องศาการไล่สโลป และลักษณะของปลายจมูกที่ลงตัวพอดีกับหน้าผาก หว่างคิ้ว ปาก และคาง หลังเสริมจมูก หรือแก้จมูกไปแล้ว ใบหน้าโดยรวมต้องดูดีขึ้น สวยขึ้น หล่อขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะมองมุมไหน

จมูกเนื้อน้อย ปรับทรงใหม่ได้ด้วยการเสริมจมูก เทคนิค SCT

จมูกผิดรูป แก้ไขจมูกใหม่พร้อมขูดสารเหลวออกด้วยเทคนิค SCT

การแก้ไขปัญหาเรื่องจมูก ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูกใหม่ หรือการแก้จมูกจากที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว แพทย์จะต้องมีความชำนาญ และมีความเข้าใจถึงเรื่องการออกแบบทรงจมูกให้เข้ากับรูปหน้า พร้อมกับการเลือกใช้เทคนิคในการทำจมูกที่เหมาะสม ตอบโจทย์กับสิ่งที่คนไข้ต้องการ และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับคนไข้ได้อย่างตรงจุด เพื่อเป็นการเสริมจมูกเด่น และแก้ไขจุดด้อยบนใบหน้าอย่างแท้จริง

เสริมจมูกใหม่ เทคนิค SCT เข้ากับรูปหน้า เป็นธรรมชาติ

เสริมจมูกเทคนิค SCT พร้อมปรับโหงวเฮ้ง

สำหรับเทคนิคหลักในการเสริมจมูก ที่ Someko แบ่งตามวิธีการเปิดแผล จะมี 3 เทคนิค ด้วยกัน คือ

ซึ่งในแต่ละเคสจะต้องเสริมจมูกด้วยเทคนิคไหนนั้น แพทย์จะประเมินจากปัญหาของคนไข้เป็นสิ่งสำคัญ

เสริมจมูก Close

การเสริมจมูกแบบ Close จะมีการเปิดแผลที่รูจมูก 1 ข้าง และเสริมซิลิโคนจมูกเข้าไปตามแนวฐานกระดูกจมูกเดิม พร้อมกับเทคนิคการตะไบเพื่อปรับแต่งฐานจมูกเล็กน้อย รวมถึงเทคนิคการแต่งปลายจมูกเพิ่มเติมเพื่อปลายจมูกที่ละมุมสวย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานจมูกดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูก เนื้อปลายจมูกมีความหนาพอเหมาะ ซึ่งเทคนิคเฉพาะของ Someko ในการเสริมจมูกแบบ Close คือ เทคนิค SCT

ลักษณะการเปิดแผล ของการเสริมจมูกแบบ Close

จุดสำคัญที่สุดของการเสริมจมูกแบบ Close คือ เทคนิคในการเหลาแต่งทรงซิลิโคนจมูก และตำแหน่งในการวางซิลิโคน เนื่องจากโครงสร้างจมูกของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน

ซิลิโคนเหลาขึ้นรูปใหม่ทุกเคส ให้พอดีกับโครงสร้างจมูกแต่ละคน

การเหลาแต่งซิลิโคนจมูก : ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ของ Someko เลือกใช้ซิลิโคนแบบเหลาขึ้นรูปใหม่เคสต่อเคส จะไม่มีการใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปในการเสริมจมูกเลย โดยเหลาซิลิโคนใหม่จากซิลิโคนแท่งสี่เหลี่ยม จนได้เป็นซิลิโคนที่พอดีกับโครงสร้างของจมูกเคสแต่ละเคสจริงๆ เพื่อให้วางได้แนบสนิทกับฐานกระดูกเดิม พร้อมกับได้ทรงจมูกที่สวยเข้ากับรูปหน้า ปลายจมูกไม่ตึงจนเกินไปเพื่อป้องกันปัญหาจมูกทะลุ หรือปลายจมูกบาง ซิลิโคนทุกแท่งแพทย์จะมีการเหลาเพื่อ Customize ให้เหมาะกับแต่ละเคสมากที่สุด ด้วยเทคนิค SCT

เสริมจมูก SCT เทคนิคที่ตอบโจทย์ทุกทรงจมูก ของ Someko

การเสริมจมูกเทคนิค SCT (Structural Carving Technique) : เป็นเทคนิคการเสริมจมูกที่คิดค้นโดยคุณหมอมิว Someko ซึ่งจะเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์เรื่องทรงจมูกของคนไข้ทุกเคส ไม่ว่าคนไข้จะมีปัญหาเรื่องจมูกอย่างไรก็ตาม หลังเสริมจมูกด้วยเทคนิค SCT คนไข้จะได้ทรงจมูกที่พอดี สวย เข้ากับใบหน้า และไม่มีปัญหาซิลิโคนลอยตามมา

เสริมจมูกเทคนิค SCT คืออะไร ฟังเพลิน ๆ ใน 3 นาที กับ หมอมิว Someko

สำหรับเทคนิคการเสริมจมูก SCT นี้ นอกจากคุณหมอมิวแล้ว ทีมแพทย์ Someko ทุกท่านก็ใช้เทคนิคนี้ในการเสริมจมูก-แก้จมูกให้คนไข้เช่นกัน ซึ่งเทคนิค SCT จะถูกใช้อยู่ในการเสริมจมูกทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสริมจมูกแบบ Close หรือ Semi Open และ Secret Open ทุกวิธีจะต้องใช้เทคนิค SCT ในการเสริมจมูก ซึ่งหัวใจสำคัญของการเสริมจมูก SCT คือ

  • การออกแบบซิลิโคนให้พอดีกับโครงสร้างจมูกเดิมของคนไข้ และเมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปในจมูกแล้ว ทรงจมูกที่ได้จะต้องเข้ากับรูปหน้า สวย ละมุน ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูดีขึ้น โดยไม่เกิดปัญหาปลายจมูกบาง ซิลิโคนทะลุ และทรงจมูกที่ได้ออกมาจะเป็นทรงจมูกที่มองได้นาน ไม่มีเบื่อ ไม่ว่าคนไข้จะอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็ตาม ทรงจมูกนี้ก็จะยังสวย เข้ากับใบหน้าอยู่ตลอดเวลา
  • การวางซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง คือวางซิลิโคนใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจมูกเบี้ยว จมูกเอียง ซิลิโคนลอย

การเหลาออกแบบซิลิโคนใหม่ เพื่อวางใต้เนื้อเยื่อหุ้มกระดูก

การออกแบบซิลิโคนด้วยเทคนิค SCT

การเสริมจมูกที่ Someko ในทุก ๆ เคส จะไม่ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูป แต่จะใช้ซิลิโคนที่ผ่านการเหลาขึ้นรูปใหม่แบบเคสต่อเคส แบบ Customize ให้เป็นซิลิโคนอันเดียวบนโลกที่ออกแบบมาเพื่อคนไข้คนนั้นจริงๆ ซึ่งก่อนจะได้เป็นซิลิโคนที่นำไปเสริมจมูกให้คนไข้ ซิลิโคนจะมาในรูปแบบของบล็อคสี่เหลี่ยม และถูกนำมาตัดให้เป็นซิลิโคนแท่งรูปตัว L ก่อนที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะนำมาเหลาขึ้นรูปจนได้เป็นซิลิโคนที่พอดีกับโครงสร้างจมูกของคนไข้ วางซิลิโคนได้แนบสนิทกับฐานจมูกเดิมของคนไข้ และที่สำคัญเมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปในจมูกแล้วทรงจมูกที่ได้ออกมาต้องสวย หวาน สโลปลงตัวตั้งแต่หัวคิ้วจนถึงปลายจมูก ทรงจมูกรับกับหน้าผาก ปาก และคาง เข้ากับใบหน้าที่สุดและทำให้ใบหน้าโดยรวมของคนไข้ดูดีขึ้น โดยยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่

ซิลิโคนที่ Someko เลือกใช้ มีลักษณะเป็นแผ่น Medical Grade Silicone

อีกจุดสำคัญของการใช้ซิลิโคนเหลาใหม่ด้วยเทคนิค SCT คือ ทำให้การเสริมจมูกมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากซิลิโคนจมูกนี้ถูกออกแบบมาให้พอดีกับคนไข้แต่ละคนจริงๆ ทำให้ซิลิโคนสามารถอยู่ได้ตลอดโดยไม่ทำให้เกิดปัญหาปลายจมูกบาง หรือปลายจมูกทะลุ โดยซิลิโคนที่ Someko เลือกใช้ จะเป็นซิลิโคนที่ใช้ในทางการแพทย์ เป็น Medical Grade นำเข้าจากอเมริกา ซึ่งได้รับการรับรองทั้งจาก U.S. FDA และ อย. ของประเทศไทย รวมถึงได้รับการรับรองจากอีกหลายประเทศทั่วโลก

นี่คือ ซิลิโคนรูปตัว L ซึ่งแพทย์จะค่อย ๆ วัดสัดส่วนจมูกและบรรจงเหลาตกแต่ง

สำหรับแพทย์ที่จะเหลาซิลิโคนด้วยเทคนิค SCT ได้นั้น จะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์สูงจริงๆเท่านั้น โดยต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถเหลาขึ้นรูปซิลิโคนได้เป๊ะ พอดีกับโครงสร้างจมูกคนไข้ ในการเหลาซิลิโคนแพทย์จะต้องทำการวัดสัดส่วนจมูกอย่างละเอียด บรรจงเหลาออกมาให้ดีที่สุดในทุกๆครั้ง เหลาแล้วเหลาอีก ส่วนเว้าส่วนโค้งต่างๆต้องพอดี แพทย์จะเหลาจนกว่าจะได้ซิลิโคนจมูกที่สวยและพอดีกับโครงสร้างของแต่ละคนจริงๆ คนไข้ทุกคนมั่นใจได้เลยว่าซิลิโคนจมูกชิ้นนี้ถูกเหลาขึ้นมาเพื่อจมูกของเราจริงๆ

ไม่ใช่แพทย์ทุกคน ที่จะสามารถเหลาขึ้นรูปซิลิโคนเองได้แบบนี้

ตำแหน่งการวางซิลิโคนจมูก SCT

ถึงแม้จะได้ซิลิโคนจมูกแบบเหลาใหม่ด้วยเทคนิค SCT ที่สวยและพอดีกับโครงสร้างมาแล้ว แต่ในขณะที่เสริมจมูก หากแพทย์วางซิลิโคนในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดปัญหาหลังทำจมูกตามมาได้ ดังนั้นการเสริมจมูกด้วยเทคนิค SCT จะกำหนดตำแหน่งการวางซิลิโคนที่ถูกต้องในการเสริมจมูกไว้ คือวางไว้ใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum) เพื่อเป็นการล็อคซิลิโคนให้แนบสนิทไปกับแนวกระดูกจมูกเดิมของคนไข้ตลอดทั้งแนว ซึ่งจะป้องกันการเกิดปัญหาต่อไปนี้ได้เป็นอย่างดี

  • ปัญหาซิลิโคนลอย
  • ปัญหาซิลิโคนจมูกเบี้ยว เอียง
  • การมองเห็นขอบซิลิโคนจมูกที่เสริมไป

ข้อดีของการวางซิลิโคนเหลาใหม่ SCT ใต้เนื้อเยื่อหุ้มกระดูก

และข้อมูลเบื้องต้นนี้ คือเหตุผลที่ว่าเราจึงควรเสริมจมูกด้วยเทคนิค SCT ที่คิดค้นขึ้นโดยคุณหมอมิว Someko การเสริมจมูกด้วยเทคนิคนี้จะทำให้ได้ทรงจมูกที่สวย เข้ากับใบหน้าอย่างลงตัวไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานอีกกี่ปี จมูกทรงนี้ก็จะยังดูสวยเสมอ มองได้ไม่มีเบื่อ และที่สำคัญเป็นการเสริมจมูกที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยอย่างแท้จริง

ปรึกษาคุณหมอฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

สำหรับใครที่สนใจเสริมจมูก แก้จมูก กับคุณหมอมิว หรือทีมแพทย์ Someko สามารถติดต่อเข้ามาตามช่องทางต่างๆของทางคลินิกได้เลยนะคะ คุณหมอทุกท่านปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมกับตรวจโครงสร้างจมูกให้อย่างละเอียดเลยค่ะ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ อย่าด่วนตัดสินใจเสริมจมูกที่ไหน ถ้ายังไม่ได้เข้ามาปรึกษากับ Someko นะคะ

เหลาซิลิโคนใหม่จนกว่าจะพอดี ไม่ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูป

และสำหรับชนิดของซิลิโคนที่ Someko เลือกใช้จะเป็นซิลิโคน Medical Grade จาก USA ที่เอาไว้ใช้สำหรับทางการแพทย์โดยเฉพาะ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของทั้งอเมริกา (U.S. FDA) และไทย (Thai FDA) จึงมั่นใจได้เลยว่าซิลิโคนจมูกแท่งนี้จะอยู่ในร่างกายของเราได้อย่างปลอยภัย และอยู่ในร่างกายเราตลอดชีวิต หากเราไม่ต้องการปรับเปลี่ยนทรงจมูก

ซิลิโคน Medical Grade นำเข้าจากประเทศอเมริกา ใช้ในทางการแพทย์

โดยรูปแบบของซิลิโคนจากประเทศอเมริกา จะเป็นแบบแผ่น ซึ่งคุณหมอมิวและทีมศัลยแพทย์พลาสติกผู้เชี่ยวชาญของ Someko จะทำการเหลาขึ้นรูปเอง เพื่อให้ได้สวยเข้ากับรูปหน้า และใส่ได้พอดีกับฐานจมูกเดิมของแต่ละคนมากที่สุด จะเป็นซิลิโคนที่มีอันเดียวบนโลกเท่านั้นค่ะ

ซิลิโคนทั้ง 3 แบบ ของโซเมโกะ ต่างกันอย่างไร?

Someko มีซิลิโคนให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ คือ

  1. ซิลิโคน USA แบบสแตนดาร์ด : มีความยืดหยุ่นและความนิ่มน้อย เหมาะกับคนเนื้อจมูกเยอะ
  2. ซิลิโคน USA แบบพรีเมี่ยม : มีความยืดหยุ่นและความนิ่มปานกลาง เหมาะกับคนเนื้อจมูกเยอะและค่อนข้างน้อย
  3. ซิลิโคน USA แบบพรีเมี่ยม นิ่มพิเศษ : มีความยืดหยุ่นและความนิ่มมาก เหมาะกับคนเนื้อจมูกน้อย และช่วยลดความเสี่ยงในการทะลุได้เป็นอย่างดี

โครงสร้างจริงของกระดูกในจมูก

ตำแหน่งในการวางซิลิโคนจมูก : ซิลิโคนจมูกจะต้องวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ถูกต้อง นั่นคือใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อล็อคซิลิโคนให้อยู่แนบแน่นสนิทกับฐานจมูกเดิม ลดโอกาสในการเกิดปัญหาซิลิโคนลอย และจมูกเบี้ยวเอียงหลังจากการเสริมจมูก ซึ่งการที่จะวางซิลิโคนจมูกให้อยู่ในตำแหน่งนี้ได้แพทย์จะต้องมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญสูงในการเลาะเนื้อเยื่อเพื่อสร้างโพรงสำหรับวางซิลิโคน

รูปแสดงการวางซิลิโคนจมูกในตำแหน่งที่ถูกต้อง

รูปแสดงการวางซิลิโคนจมูกในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง

ซึ่งในการเสริมจมูกแบบ Close นี้ แพทย์มักจะทำร่วมกับเทคนิคการแต่งปลายจมูกแบบพิเศษ เพื่อปรับให้ปลายจมูกมีความยาวและละมุนมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเนื้อปลายจมูกบางได้เป็นอย่างดี ซึ่งเทคนิคในการแต่งปลายจมูกที่ Someko จะมีทั้งหมด 3 เทคนิคด้วยกัน

เทคนิคการแต่งปลายจมูก 3 แบบ ที่ Someko

เทคนิคการแต่งปลายจมูกที่ Someko

  1. แต่งปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ (Dermofat Graft) : จะเป็นการเปิดแผลบริเวณก้นกบ ขนาดประมาณ 1-2 ซม. เพื่อตัดเนื้อเยื่อตรงก้นกบออกมา และนำมาตัดแต่งด้วยเทคนิคเฉพาะของทีมแพทย์ Someko ให้ได้ขนาดและรูปทรงที่ต้องการ โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำ ก่อนจะทำไปเติมที่ปลายจมูก เพื่อเพิ่มความยาวให้ปลายจมูก ทำให้ปลายจมูกละมุนขึ้น ซึ่งข้อดีของเนื้อเยื่อก้นกบคือเป็นการใช้เนื้อเยื่อของเราเอง ทำให้มีความเป็นธรรมชาติสูง เนื้อเยื่อก้นกบจะเรียบเนียนไปกับเนื้อจมูกของเราโดยไม่เห็นเป็นขอบรอยต่อใดๆ ทำให้ได้ทรงจมูกที่สวย เนียน มีมิติ และลดโอกาสเสี่ยงของการทะลุได้เป็นอย่างดี และแผลที่ก้นกบจะมีขนาดเล็กมากและจะถูกซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ซึ่งเทคนิคการแต่งปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบนั้นเป็น Signature Technique ของ ทีมแพทย์ Someko

ลักษณะของแผลที่ก้นกบ

  1. แต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู : จะเป็นการเปิดแผลที่บริเวณหลังหู ขนาดประมาณ 1-2 ซม. เพื่อทำการเลาะเอากระดูกอ่อนบริเวณหลังหูออกมา และทำการเย็บปิดแผลอย่างปราณีต ซ่อนแผลไว้ที่รอยต่อด้านหลังหู และจะนำกระดูกอ่อนที่ได้มาตัดแต่งให้ได้ขนาดและรูปทรงที่ต้องการ เพื่อทำไปเติมที่ปลายจมูก ซึ่งข้อดีของการแต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหูคือเป็นเนื้อเยื่อของเราเอง และทำให้ได้ปลายจมูกที่ยาวและพุ่งมากกว่าการใช้เนื้อเยื่อก้นกบ แต่ก็จะมีข้อจำกัดคือคนไข้จะต้องมีเนื้อปลายจมูกที่หนาพอสมควร หากคนไข้มีเนื้อปลายจมูกที่บางและทำการแต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหูอาจทำให้เห็นขอบของกระดูกอ่อนได้

ลักษณะของแผลที่หลังหู

  1. แต่งปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม : เนื้อเยื่อเทียม คือ วัสดุสังเคราะห์ที่เลียนแบบมาจากเนื้อเยื่อของมนุษย์ สำหรับใช้ทางการแพทย์โดยตรง ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าปลอดภัย นิยมใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งในเคสแผลไฟไหม้แบบลึก หรือในเคสอุบัติเหตุที่มีการสูญเสียเนื้อเยื่อผิวหนังเป็นบริเวณกว้าง ในแง่ของการเสริมจมูก เนื้อเยื่อเทียมจะถูกทำมาใช้ในการตกแต่งปลายจมูก เพื่อเพิ่มความหนาของเนื้อจมูก ทำให้ปลายจมูกยาวและสวยยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการใช้เนื้อเยื่อก้นกบ จะเหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเปิดแผลบริเวณอื่นๆเพิ่มเติม

ลักษณะของเนื้อเยื่อเทียม

การตัดปีกจมูกที่ Someko

เป็นการปรับขนาดทรงจมูกให้ดูเล็กลง ทำให้ช่วงปลายจมูกดูเรียวขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปีกจมูกบาน รูจมูกกว้าง ลักษณะเหมือนทรงชมพู่ ซึ่งคนที่มีจมูกลักษณะนี้เมื่อทำการเสริมจมูกพร้อมตัดปีกจะทำให้ได้ทรงจมูกที่สวยสมส่วน และเข้ากับใบหน้ามากยิ่งขึ้น และเทคนิคการตัดปีกจมูกของโซเมโกะจะทำการตัดจากด้านใน และเย็บแผลอย่างละเอียดประณีต รวมถึงซ่อนแผลไว้ด้านในเพื่อลดโอกาสในการมองเห็น

ตัดปีกแผลในเทคนิคเฉพาะของ Someko

ผลลัพธ์หลังเสริมจมูกพร้อมตัดปีกจมูกกับคุณหมอมิว Someko

เสริมจมูก Semi Open

การเสริมจมูกแบบ Semi Open จะมีการเปิดแผลที่รู้จมูกทั้ง 2 ข้าง และเสริมซิลิโคนจมูกเข้าไปตามแนวฐานกระดูกจมูกเดิมเช่นเดียวกับการเสริมจมูกแบบ Close แต่การเปิดแผลในรูปจมูกทั้งสองข้างจะช่วยลดแรงตึงในจมูกได้ดี แพทย์จะเห็นโครงสร้างจมูกได้มากกว่าการเปิดแผลแบบ Close ทำให้แพทย์สามารถสร้างโพรงสำหรับวางซิลิโคนในจมูกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ลดโอกาสการเบี้ยวเอียงของซิลิโคน ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และนอกจากนี้การเสริมจมูกแบบ Semi Open ยังสามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกบางส่วนได้ คือ

  • แพทย์สามารถทำการตอกฐานจมูกได้ เหมาะสำหรับคนที่มีฐานจมูกกว้างไม่มากนัก และต้องการให้จมูกเรียวเล็กขึ้น
  • แพทย์สามารถทำการตะไบตกแต่งฐานจมูกได้อย่างทั่วถึง มากกว่าการเสริมจมูกแบบ Close
  • แพทย์สามารถทำการเย็บ Interdome เพื่อทำให้ปลายจมูกเรียวและพุ่งได้มากขึ้น

ลักณะการเปิดแผลของการเสริมจมูก Semi Open

ซึ่งในการเสริมจมูกแบบ Semi Open นี้ สามารถทำร่วมกับเทคนิคการแต่งปลายจมูกได้เช่นเดียวกับการเสริมจมูกแบบ Close โดยอาจทำการแต่งปลายจมูกด้วย เนื้อเยื่อก้นกบ กระดูกอ่อนหลังหู หรือเนื้อเยื่อเทียมได้เช่นกัน

ผลลัพธ์หลังตอกฐานจมูก ปรับให้ฐานจมูกเรียวเล็ก

ตอกฐานจมูก พร้อมแก้จมูก ด้วยเทคนิค Semi Open

ลักษณะของรูปจมูก และปลายจมูกที่เปลี่ยนไป หลังเย็บ Interdome

ความเปลี่ยนแปลงทันที หลังแก้จมูก Semi Open พร้อมเย็บ Interdome

แต่สำหรับคนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อนกว่านี้ เช่น ผนังกั้นห้องจมูกคด ปลายจมูกสั้นมากๆ จมูกมีฮัมพ์ที่สูงมาก ฐานจมูกกว้างมาก ปลายจมูกใหญ่ ลักษณะแบบนี้จะต้องทำการแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกด้วยการเสริมจมูกแบบ Open

ผลลัพธ์หลังการเสริมจมูก ด้วยเทคนิค Semi Open

เสริมจมูก Open

การเสริมจมูกโอเพ่น (Open) ด้วยเทคนิคเฉพาะที่ Someko “Secret Open” เป็นเทคนิคการเสริมจมูกเพื่อทำการแก้ไขโครงสร้างจมูกโดยตรง ซึ่งแพทย์จะเปิดแผลที่ฐานจมูกและรูจมูกทั้งสองข้างเพื่อให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กระดูกจมูก กระดูกอ่อนจมูก ผนังกั้นห้องจมูก ทำให้แพทย์สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ เพื่อให้ได้ทรงจมูกที่สวยเข้ากับใบหน้า เหมาะกับคนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อน ไม่สามารถเสริมจมูกด้วยการเสริมจมูกแบบ Close หรือ Semi Open ได้

ลักษณะการเปิดแผลจมูกของการทำจมูก Open

เช่น โครงสร้างจมูกคด ฐานจมูกใหญ่ ปลายจมูกโต ปลายจมูกงุ้ม จมูกสั้นมากๆแต่ต้องการให้ปลายจมูกยาวขึ้น ต้องการให้ทรงจมูกเปลี่ยนมากๆ และนอกจากปัญหาด้านโครงสร้างแล้ว ในกรณีที่เคยฉีดสารเลว เคยฉีดซิลิโคนเหลวมาก่อน และต้องการแก้ไข การแก้จมูกแบบ Open จะทำให้แพทย์เห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมดอย่างชัดเจน และสามารถขูดเอาสารแปลกปลอมที่เคยฉีดไปออกมาได้ดีกว่าการแก้จมูกแบบ Close หรือ Semi Open

โครงสร้างกระดูกในจมูกแต่ละส่วน

เมื่อคุณพู่กันวิเศษ “Pugun Wisad” ตัดสินใจทำจมูก Secret Open ที่ Someko

ทรงจมูกสวยเป๊ะ สไตล์สายฝอ ด้วยเทคนิค Secret Open

การเสริมจมูกโอเพ่น (Open) เหมาะสำหรับเคสที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทรงจมูกด้วยเทคนิค Close หรือ Semi Open ได้ เช่น

  1. คนที่มีปัญหาฐานจมูกเอียงแต่กำเนิดหรือฐานจมูกเอียงจากอุบัติเหตุ ฐานจมูกคด ต้องการเสริมจมูกใหม่ หรือแก้ไขทรงจมูกให้ตรงและทรงจมูกสวยขึ้น

เคสผนังกั้นห้องจมูกคดแต่กำเนิด หลังทำจมูก Secret Open ปรับโครงสร้าง ทำให้จมูกตรง ทรงสวย เข้ากับใบหน้า

น้องโยโกะ อาภัสรา (IG: apasraa) ดารานักสาวสาว ตัดสินใจทำจมูก Secret Open แก้ปัญหา จมูกเอียง ฮัมพ์สูง

เสริมจมูก Secret Open แก้ปัญหาฮัมพ์สูง ปลายจมูกงุ้ม

แก้ปัญหาฐานจมูกเอียง ปรับโครงสร้างจมูก เทคนิค Secret Open

  1. คนที่มีฮัมพ์ขนาดใหญ่ ต้องการเสริมจมูกใหม่ เพื่อปรับทรงจมูกให้สโลปสวย เข้ากับใบหน้ามากยิ่งขึ้น

เคสฮัมพ์จมูกสูงมาก แต่ปลายจมูกตกและสั้น ลดขนาดฮัมพ์พร้อมยืดปลายจมูกด้วยเทคนิค Secret Open

  1. คนที่มีปลายจมูกใหญ่ ปลายจมูกกลม เนื้อปลายจมูกหนามาก ต้องการแก้ไขทรงจมูกให้ปลายดูเรียวขึ้น

แก้ปัญหาปลายจมูกใหญ่และหนา ด้วยการทำจมูกเทคนิค Secret Open

เคสจมูกสั้น ปลายจมูกกลมและหนา แก้ไขด้วยการทำจมูก Secret Open ยืดผนังกั้นห้องจมูก และเลาะไขมันปลายจมูก

  1. คนที่มีปลายจมูกสั้นมาก ปลายจมูกแหงน เนื้อปลายจมูกน้อย ต้องการให้ปลายจมูกยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สวย และปลอดภัย

ปัญหาปลายจมูกสั้นและตัด เนื้อปลายจมูกน้อย สันจมูกแบน เสริมจมูกด้วยเทคนิค Secret Open

ปัญหาปลายจมูกสั้นและตัด เนื้อน้อยมาก เสริมจมูกด้วยเทคนิค Secret Open(ขอทรงจมูกธรรมชาติ รับกับใบหน้า ปลายจมูกไม่พุ่งจนเกินไป)

ปลายจมูกสั้น เนื้อจมูกน้อย การเสริมแบบ Close จะไม่สามารถยืดปลายจมูกได้ยาวเท่าที่ควร ต้องแก้ไขด้วย Secret Open

  1. คนที่มีปลายจมูกงุ้ม ลักษณะปลายจมูกยาวและตกลง เหมือนจมูกแม่มด ทำให้ใบหน้าดูแข็ง ดูมีอายุ ต้องการแก้ไขให้ปลายจมูกพุ่งและยกขึ้น

ปลายจมูกยาว งุ้ม และปลายตก ทำให้ใบหน้ามีอายุ และดูแข็ง แก้ไขด้วยการทำจมูก Secret Open ยืดผนังกั้นห้องจมูกและเย็บยกปลายจมูก ให้ปลายจมูกเชิ่ดและพุ่งขึ้น ในองศาที่เหมาะสม รับกับใบหน้า

  1. คนที่มีปัญหารูจมูกผิดรูป ต้องการปรับทรงแก้ไขรูจมูกให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น

แก้ไขรูจมูกผิดรูป ด้วยเทคนิคการแก้จมูก Secret Open

แก้ไขปัญหารูจมูกแบนและเท่าไม่กัน ด้วยเทคนิค Secret Open

  1. คนที่แก้จมูกมาแล้วหลายครั้ง จนรูจมูกมีขนาดเล็กมาก มีผังผืดในจมูกเยอะ

เคสแก้จมูกมา 2 ครั้ง แต่ปัญหาไม่จบ แกนจมูกเอียง รูจมูกผิดรูป ทรงจมูกไม่สวย แก้ไขใหม่ด้วยเทคนิค Secret Open

สำหรับการเสริมจมูกโอเพ่น (Open) ของ Someko จะเป็นเทคนิคเฉพาะที่ชื่อว่า “Secret Open” ที่แตกต่างจากการเสริมจมูก Open ทั่วไป ซึ่งเทคนิคนี้จะทำให้อาการบวมช้ำหลังทำน้อย ทรงจมูกเข้าที่ได้ไว้ขึ้น และทรงจมูกสวย ได้สัดส่วนที่พอดี และเข้ากับรูปหน้า โดยในการเสริมจมูก Secret Open นี้ บริเวณปลายจมูกจะไม่มีซิลิโคนอยู่เลย ซิลิโคนจะใช้เสริมเพื่อการแต่งทรงเฉพาะบริเวณสันจมูกเท่านั้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้เทคนิคในการแก้ไขปรับโครงสร้างแต่งปลายจมูกแบบพิเศษแทน ที่เรียกว่าการยืดผนังกั้นห้องจมูก

การเสริมจมูก Secret Open ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ Someko จะเทคนิคพิเศษอื่นๆอีกมากมาย ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาจมูกให้แต่ละเคสอย่างตรงจุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะมีเทคนิคพิเศษหลักๆ 6 เทคนิค โดยในแต่ละเคสที่เสริมจมูกโอเพ่น (Open) ไม่จำเป็นต้องทำทุกเทคนิค

แพทย์ตรวจโครงสร้างจมูกอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการทำจมูก Secret Open

การประเมินว่าต้องใช้เทคนิคไหนบ้างขึ้นกับปัญหาของแต่ละเคส แต่การที่จะทำเทคนิคพิเศษเหล่านี้ได้นั้น แพทย์เฉพาะทางด้านโครงสร้างจมูกจะต้องเห็นโครงสร้างกระดูกในจมูกทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องทำการเปิดแผลแบบ Open

หลังผ่าตัดทำจมูก Secret Open เสร็จทันที บวมช้ำน้อย ทรงจมูกสวย เป็นธรรมชาติ

ในบางคนจะมีปัญหาโครงสร้างจมูกหลายอย่างร่วมกัน การแก้จมูกด้วยเทคนิค Secret Open จะตอบโจทย์ที่สุด

6 เทคนิคพิเศษที่ใช้ในการเสริมจมูก Secret Open

  1. เทคนิคยืดผนังกั้นห้องจมูก : เป็นเทคนิคการปรับโครงสร้างจมูกบริเวณส่วนปลายจมูก เพื่อให้ปลายจมูกยาวและพุ่งมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้ซิลิโคนจึงไม่เสี่ยงต่อปัญหาปลายจมูกทะลุ และแพทย์จะสามารถยืดปลายจมูกให้ยาวขึ้นได้มากกว่าการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนปกติ

การยืดผนังกั้นห้องจมูก ทำให้ปลายจมูกยาวและพุ่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้ซิลิโคน หมดความกังวลเรื่องปลายจมูกทะลุ เหมาะกับคนปลายจมูดตัด เนื้อน้อย นอกจากนี้ยังช่วยให้รูจมูกดูเรียวขึ้นด้วย

การยืดผนังกั้นห้องจมูกจะเหมาะกับคนที่มีปัญหาจมูกสั้น ปลายจมูกเนื้อน้อยมากๆ ต้องการให้ปลายจมูกยาว พุ่งขึ้น หรือคนที่มีปัญหาปลายจมูกตกและงุ้มมากๆ ก็จะต้องใช้เทคนิคยืดผนังกั้นห้องจมูกในการแก้ไขเช่นกัน เพื่อดันให้ปลายจมูกที่เคยตกพุ่งและเชิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

แพทย์จะเลือกใช้กระดูกอ่อนจากบริเวณที่เหมาะสม เพื่อนำมายืดผนังกั้นห้องจมูก

การทำเทคนิคยืดผนังกั้นห้องจมูก แพทย์จะใช้กระดูกอ่อนในร่างกายของคนไข้ ซึ่งอาจนำมาจากกระดูกอ่อนที่ผนังกั้นห้องจมูก กระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกอ่อนซีโครง มาตัดแต่งทรงและเย็บต่อกับผนังกั้นห้องจมูกเดิมเพื่อให้ผนังกั้นห้องจมูกยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะใช้กระดูกอ่อนจากส่วนไหนนั้นแพทย์จะพิจารณาจากโครงสร้างของจมูกและความแข็งแรงของกระดูกอ่อนของแต่ละบุคคลร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยอาจเป็นการใช้กระดูกอ่อนตำแหน่งเดียว หรือใช้จากหลายตำแหน่งร่วมกันได้

รูปตัวอย่างเคสที่ใช้กระดูกอ่อนจากผนังกั้นห้องจมูกในการยืดปลายจมูก

  1. เทคนิคแก้ผนังกั้นห้องจมูกคด : ผนังกั้นห้องจมูกคดเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ 1. เกิดจากโครงสร้างผนังกั้นห้องจมูกที่ผิดปกติตั้งแต่กำเนิด มีกระดูกอ่อนบริเวณส่วนด้านหน้าของจมูกที่ยาวเกินไปทำให้เกิดการคดงอ ซึ่งอาจคดได้หลายลักษณะ คือเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือคดไปคดมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา และ 2. เกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้จมูกหัก หรือทำให้กระดูกอ่อนในจมูกงอ ซึ่งผนังกั้นห้องจมูกคดนอกจากจะทำให้รูปทรงจมูกภายนอกดูเบี้ยวเอียงและไม่สมส่วนแล้ว ในบางรายที่มีการคดเยอะๆ อาจส่งผลให้มีปัญหาคัดจมูก หรือหายใจลำบากร่วมได้ด้วย

ปัญหาจมูกคดจากโครงสร้าง เกิดจากการเบี้ยวเอียงของกระดูกแต่ละส่วนแตกต่างกัน แพทย์ต้องใช้เทคนิค Secret Open ในการเปิดดูโครงสร้างจมูก และทำการแก้ไข ปรับโครงสร้างกระดูกใหม่ให้ตรงขึ้น

ในการแก้ไขผนังกั้นห้องจมูกคดแพทย์จะต้องตัดเอากระดูกอ่อนบางส่วนบริเวณผนังกั้นห้องจมูกออก พร้อมกับทำการเย็บและจัดทรงผนังกั้นห้องจมูกให้ตรงขึ้น ซึ่งเทคนิคการแก้ผนังกั้นห้องจมูกคดนี้ จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างจมูกโดยตรงเท่านั้น

การแก้ไขผนังกั้นห้องจมูกคด แพทย์เฉพาะทางจะทำการตัดเอากระดูกอ่อนในจมูกบางส่วนออก เพื่อปรับทรงแนวกระดูกใหม่ ให้ตรงและทรงสวยมากขึ้น

  1. เทคนิคเหลาฮัมพ์ : ฮัมพ์ (Hump) คือ บริเวณของสันจมูกที่มีลักษณะโค้งนูนขึ้นมา เกิดจากจมูกบริเวณนี้ที่ไม่เรียบ ซึ่งอาจเป็นกระดูกจมูก (Nasal Bone) หรือกระดูกอ่อนจมูก (Nasal Cartilage) หรือทั้งสองส่วนร่วมกัน โดยปกติทุกคนจะมีฮัมพ์จมูกอยู่แล้วแต่จะแตกต่างกันที่ขนาดของฮัมพ์ สำหรับคนที่มีปัญหาฮัมพ์สูงไม่มากและต้องการแก้ไขทรงจมูก สามารถทำได้ด้วยการเสริมจมูกแบบ Close ร่วมกับเทคนิคการตะไบฮัมพ์เพื่อช่วยแต่งทรงจมูก แต่ในกรณีที่ฮัมพ์สูงมากๆ จะต้องแก้ไขด้วยการเสริมจมูก Open ร่วมกับเทคนิคการเหลาฮัมพ์เพื่อลดขนาดของฮัมพ์ลง ซึ่งแพทย์ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างจมูกโดยตรง และต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการกรอกระดูกหรือเหลาตกแต่งฮัมพ์ เพื่อให้ได้ทรงจมูกที่สวยรับกับใบหน้ามากยิ่งขึ้น

เคสที่มีฮัมพ์สูงมาก ๆ จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการกรอและเหลากระดูกเพื่อปรับให้ฮัมพ์เตี้ยลง และมีความ Smooth มากขึ้น

หลังจากที่เหลาตกแต่งฮัมพ์เรียบร้อยแล้ว แพทย์มักจะตกแต่งสโลปจมูกด้วยการใช้ซิลิโคนแบบเหลาใหม่ ซึ่งความยาวของซิลิโคนจะอยู่เฉพาะช่วงสันจมูกเท่านั้น และจะเป็นซิลิโคนที่ไม่หนามาก เนื่องจากคนไข้กลุ่มนี้มักจะมีสันจมูกที่สูงอยู่แล้ว แต่การเสริมด้วยซิลิโคนเข้าไปที่สันจมูกจะช่วยให้ทรงจมูกมีสโลปที่หวาน ละมุน รับกับรูปหน้ามากยิ่งขึ้น

  1. เทคนิคตอกฐานจมูก (Osteotomy) : สำหรับคนที่มีปัญหาฐานจมูกกว้าง ทำให้แกนดูจมูกใหญ่ เมื่อมองหน้าตรงจะขาดมิติ หน้าจะดูแข็ง เราจะสังเกตุได้อย่างไรว่าฐานจมูกเรากว้างหรือไม่ เบื้องต้นสามารถดูได้จากความกว้างของฐานจมูก หากฐานจมูกมีขนาดกว้างกว่าระยะห่างระหว่างหัวทั้งทั้งสองข้าง ลักษณะแบบนี้จะเป็นลักษณะของฐานจมูกที่ค่อนข้างกว้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่มีปัญหาฐานจมูกกว้างมักจะมาคู่กับปัญหาฮัมพ์ที่สูงมาก ซึ่งในการแก้ไขปัญหาฐานจมูกกว้าง แพทย์จะต้องใช้เทคนิคตอกฐานจมูกทั้งสองข้าง เพื่อลดขนาดกระดูกบริเวณนั้น โดยจะต้องมีการออกแบบแนวในการตอกฐานจมูกให้เข้ากับใบหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ได้แกนจมูกที่สวยพอดี และมีความสมดุลกันทั้งสองฝั่ง รับกับหน้าโดยรวม

ปัญหาฐานจมูกกว้าง ทำให้จมูกดูใหญ่ ใบหน้าขาดมิติ ทรงจมูกดูไม่ชัด แก้ไขได้ด้วยการตอกฐานจมูก

ในคนไข้ที่ฐานจมูกกว้างไม่มาก สามารถแก้ไขทรงจมูกได้ด้วยการเสริมจมูกเทคนิค Semi Open ร่วมกับการตอกฐานจมูก แต่หากคนไข้มีปัญหาฐานจมูกที่กว้างมาก ร่วมกับปัญหาโครงสร้างจมูกอื่นๆร่วมด้วย การเสริมจมูก Open จะเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหาทรงจมูก เนื่องจากแพทย์เห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมด ทำให้ออกแบบการตอกฐานได้แม่นยำมากขึ้น ลดขนาดแกนจมูกได้มากขึ้น และได้ทรงจมูกที่สวย แกนจมูกเรียวเข้ากับใบหน้ายิ่งขึ้น สันจมูกจะดูคมชัดมากขึ้น ใบหน้ามีมิติมากขึ้น

ตอกฐานจมูก เพื่อปรับให้แกนจมูกเรียวได้รูป

  1. เทคนิคลดขนาดปลายจมูก : สำหรับเทคนิคการลดขนาดปลายจมูกนี้ จะเหมาะกับคนที่มีเนื้อปลายจมูกหนา มีชั้นไขมันที่ปลายจมูกเยอะ หรือที่เรียกว่า Bulbous Nose ซึ่งเป็นลักษณะปลายจมูกที่พบได้มากในคนไทย คนที่มีปลายจมูกแบบนี้จะมีลักษณะปลายจมูกที่ค่อนข้างกลมและใหญ่ การใช้เทคนิคยืดผนังกั้นห้องจมูกร่วมกับการเย็บ Interdome จะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ปลายจมูกเรียว และพุ่งมากขึ้นได้ แต่จะต้องใช้เทคนิคลดขนาดปลายจมูกร่วมด้วย โดยแพทย์จะทำการเลาะเอาไขมันส่วนเกินบริเวณปลายจมูกที่มีความหนาออก ซึ่งแพทย์ที่ทำเทคนิคลดขนาดปลายจมูกนี้จะต้องมีความเชี่ยวชาญมาก เนื่องจากต้องเลาะและตัดแต่งเอาไขมันส่วนเกินออกในปริมาณที่พอดี ไม่มากหรือหน้อยจนเกินไป เพื่อให้ได้ตรงจมูกที่สวย เรียว เล็ก แบบรับกับรูปหน้าอย่างลงตัว

ปลายจมูกเนื้อหนา ไขมันเยอะ การเย็บ Interdome เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้ปลายจมูกเรียว และพุ่งขึ้นได้ ต้องทำการเลาะไขมันปลายจมูก เพื่อลดขนาดปลายจมูกร่วมด้วย

  1. เทคนิคเย็บ Interdome : Interdome จะเป็นชื่อที่ใช้เรียกกระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูก จะมีสองฝั่งคือฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งในบางคนปลายกระดูกสองชิ้นนี้กางออกจากกัน จะทำให้ปลายจมูกดูแบน กว้างและบานออก หากต้องการให้ปลายจมูกเรียวและพุ่งขึ้นจะต้องใช้เทคนิคเย็บ Interdome ให้กระดูกทั้งสองชั้นติดกันในองศาที่เหมาะสม เพื่อให้ปลายจมูกเรียว เล็ก และรับกับสันจมูกมากยิ่งขึ้น และทรงของปลายจมูกมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเสริมจมูก Open จะทำให้แพทย์เย็บ Interdome ได้อย่างแม่นยำมากที่สุด เนื่องจากมองเห็นโครงสร้างจมูกได้อย่างชัดเจน

การเย็บ Interdome เป็นการเย็บกระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูกทั้ง 2 ฝั่ง ที่แยกออกจากกัน ให้เข้ามาติดกันเพื่อปรับให้ปลายจมูกเรียว เล็ก และพุ่งขึ้น

การเสริมจมูก Secret Open ที่ Someko สามารถทำได้ทั้งแบบดมยาสลบ และไม่ดมยาสลบ (จะใช้วิธีการฉีดยาชาเฉพาะจุด แบบออกฤทธิ์นานแทน) แต่แนะนำให้เลือกเป็นวีธีการดมยาสลบจะดีที่สุด เนื่องจากคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะทำการผ่าตัดเสริมจมูก Open และแพทย์สามารถแก้ไขโครงสร้างจมูกได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าคนไข้จะเจ็บ ซึ่งในการดมยาสลบที่ Someko นั้น จะดำเนินการโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง ตั้งแต่เริ่มต้นผ่าตัดจนกระบวนการผ่าตัดเสร็จสิ้น ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ได้มาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล พร้อมกับการดูแลคนไข้ในช่วงพักฟื้นตลอดเวลาโดยพยาบาลวิชาชีพ

ห้องผ่าตัดมาตรฐานโรงพยาบาล เครื่องมือทันสมัย ดมยาโดยวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด

การเสริมจมูก Secret Open ที่ Someko เป็นวิธีการเสริมจมูกที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องทรงจมูกได้อย่างครอบคลุมทุกปัญหามากที่สุด เนื่องจากแพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมดได้นั่นเอง และจะเห็นได้ว่าที่มากไปกว่าการเปิดแผลจมูกแบบ Open แพทย์จะยังต้องใช้เทคนิคพิเศษต่างๆอีกมากมาย เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด และได้ทรงจมูกที่เข้ากับใบหน้าของแต่ละคนจริงๆ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องโครงสร้างจมูก การเสริมจมูกด้วยเทคนิค Close ก็จะเป็นวิธีการเสริมจมูกที่เหมาะสมมากกว่า สามารถแต่งทรงจมูกให้สวยได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน เราจึงควรเลือกเทคนิคการเสริมจมูกให้เหมาะกับปัญหาของเราจริงๆ

อัพเดทกันให้ดูแบบวันต่อวัน กับผลลัพธ์หลังปรับโครงสร้างจมูก แก้จมูก Secret Open

สำหรับใครที่ต้องการเสริมจมูกหรือแก้จมูกด้วยเทคนิค Secret Open ควรนัดปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจโครงสร้างจมูกอย่างละเอียด พูดคุยทำความเข้าใจเรื่องความต้องการ ปัญหาโครงสร้างจมูกที่มีอยู่ในปัจจุบัน และแนวทางในการแก้ไขปรับแต่งทรงจมูก เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจว่าการเสริมจมูก Secret Open คือวิธีการเสริมจมูกที่เหมากับเราจริงๆ

เสริมจมูกแบบไหนดีที่ Someko

เสริมจมูกใหม่ แก้จมูกพัง ทำแล้วต้องปังกว่าเดิมกับ 3 เทคนิคเสริมจมูก ที่ออกแบบให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะบุคคล

ทรงจมูกที่สวย ไม่ใช่ทรงจมูกที่โด่ง สโลป หรือปลายพุ่ง แต่ทรงจมูกที่สวยคือทรงจมูกที่เข้ากับใบหน้าของเรา มีสัดส่วนของความยาวจมูก องศาการไล่สโลป และลักษณะของปลายจมูกที่ลงตัวพอดีกับหน้าผาก หว่างคิ้ว ปาก และคาง หลังเสริมจมูก หรือแก้จมูกไปแล้ว ใบหน้าโดยรวมต้องดูดีขึ้น สวยขึ้น หล่อขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะมองมุมไหน

จมูกเนื้อน้อย ปรับทรงใหม่ได้ด้วยการเสริมจมูก เทคนิค SCT

จมูกผิดรูป แก้ไขจมูกใหม่พร้อมขูดสารเหลวออกด้วยเทคนิค SCT

การแก้ไขปัญหาเรื่องจมูก ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูกใหม่ หรือการแก้จมูกจากที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว แพทย์จะต้องมีความชำนาญ และมีความเข้าใจถึงเรื่องการออกแบบทรงจมูกให้เข้ากับรูปหน้า พร้อมกับการเลือกใช้เทคนิคในการทำจมูกที่เหมาะสม ตอบโจทย์กับสิ่งที่คนไข้ต้องการ และสามารถแก้ไขปัญหาให้กับคนไข้ได้อย่างตรงจุด เพื่อเป็นการเสริมจมูกเด่น และแก้ไขจุดด้อยบนใบหน้าอย่างแท้จริง

เสริมจมูกใหม่ เทคนิค SCT เข้ากับรูปหน้า เป็นธรรมชาติ

เสริมจมูกเทคนิค SCT พร้อมปรับโหงวเฮ้ง

สำหรับเทคนิคหลักในการเสริมจมูก ที่ Someko แบ่งตามวิธีการเปิดแผล จะมี 3 เทคนิค ด้วยกัน คือ

ซึ่งในแต่ละเคสจะต้องเสริมจมูกด้วยเทคนิคไหนนั้น แพทย์จะประเมินจากปัญหาของคนไข้เป็นสิ่งสำคัญ

เสริมจมูก Close

การเสริมจมูกแบบ Close จะมีการเปิดแผลที่รูจมูก 1 ข้าง และเสริมซิลิโคนจมูกเข้าไปตามแนวฐานกระดูกจมูกเดิม พร้อมกับเทคนิคการตะไบเพื่อปรับแต่งฐานจมูกเล็กน้อย รวมถึงเทคนิคการแต่งปลายจมูกเพิ่มเติมเพื่อปลายจมูกที่ละมุมสวย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเหมาะกับคนที่มีพื้นฐานจมูกดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูก เนื้อปลายจมูกมีความหนาพอเหมาะ ซึ่งเทคนิคเฉพาะของ Someko ในการเสริมจมูกแบบ Close คือ เทคนิค SCT

ลักษณะการเปิดแผล ของการเสริมจมูกแบบ Close

จุดสำคัญที่สุดของการเสริมจมูกแบบ Close คือ เทคนิคในการเหลาแต่งทรงซิลิโคนจมูก และตำแหน่งในการวางซิลิโคน เนื่องจากโครงสร้างจมูกของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน

ซิลิโคนเหลาขึ้นรูปใหม่ทุกเคส ให้พอดีกับโครงสร้างจมูกแต่ละคน

การเหลาแต่งซิลิโคนจมูก : ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ของ Someko เลือกใช้ซิลิโคนแบบเหลาขึ้นรูปใหม่เคสต่อเคส จะไม่มีการใช้ซิลิโคนแบบสำเร็จรูปในการเสริมจมูกเลย โดยเหลาซิลิโคนใหม่จากซิลิโคนแท่งสี่เหลี่ยม จนได้เป็นซิลิโคนที่พอดีกับโครงสร้างของจมูกเคสแต่ละเคสจริงๆ เพื่อให้วางได้แนบสนิทกับฐานกระดูกเดิม พร้อมกับได้ทรงจมูกที่สวยเข้ากับรูปหน้า ปลายจมูกไม่ตึงจนเกินไปเพื่อป้องกันปัญหาจมูกทะลุ หรือปลายจมูกบาง ซิลิโคนทุกแท่งแพทย์จะมีการเหลาเพื่อ Customize ให้เหมาะกับแต่ละเคสมากที่สุด ด้วยเทคนิค SCT

เสริมจมูก SCT เทคนิคที่ตอบโจทย์ทุกทรงจมูก ของ Someko

การเสริมจมูกเทคนิค SCT (Structural Carving Technique) : เป็นเทคนิคการเสริมจมูกที่คิดค้นโดยคุณหมอมิว Someko ซึ่งจะเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์เรื่องทรงจมูกของคนไข้ทุกเคส ไม่ว่าคนไข้จะมีปัญหาเรื่องจมูกอย่างไรก็ตาม หลังเสริมจมูกด้วยเทคนิค SCT คนไข้จะได้ทรงจมูกที่พอดี สวย เข้ากับใบหน้า และไม่มีปัญหาซิลิโคนลอยตามมา

เสริมจมูกเทคนิค SCT คืออะไร ฟังเพลิน ๆ ใน 3 นาที กับ หมอมิว Someko

สำหรับเทคนิคการเสริมจมูก SCT นี้ นอกจากคุณหมอมิวแล้ว ทีมแพทย์ Someko ทุกท่านก็ใช้เทคนิคนี้ในการเสริมจมูก-แก้จมูกให้คนไข้เช่นกัน ซึ่งเทคนิค SCT จะถูกใช้อยู่ในการเสริมจมูกทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสริมจมูกแบบ Close หรือ Semi Open และ Secret Open ทุกวิธีจะต้องใช้เทคนิค SCT ในการเสริมจมูก ซึ่งหัวใจสำคัญของการเสริมจมูก SCT คือ

  • การออกแบบซิลิโคนให้พอดีกับโครงสร้างจมูกเดิมของคนไข้ และเมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปในจมูกแล้ว ทรงจมูกที่ได้จะต้องเข้ากับรูปหน้า สวย ละมุน ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูดีขึ้น โดยไม่เกิดปัญหาปลายจมูกบาง ซิลิโคนทะลุ และทรงจมูกที่ได้ออกมาจะเป็นทรงจมูกที่มองได้นาน ไม่มีเบื่อ ไม่ว่าคนไข้จะอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็ตาม ทรงจมูกนี้ก็จะยังสวย เข้ากับใบหน้าอยู่ตลอดเวลา
  • การวางซิลิโคนให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง คือวางซิลิโคนใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจมูกเบี้ยว จมูกเอียง ซิลิโคนลอย

การเหลาออกแบบซิลิโคนใหม่ เพื่อวางใต้เนื้อเยื่อหุ้มกระดูก

การออกแบบซิลิโคนด้วยเทคนิค SCT

การเสริมจมูกที่ Someko ในทุก ๆ เคส จะไม่ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูป แต่จะใช้ซิลิโคนที่ผ่านการเหลาขึ้นรูปใหม่แบบเคสต่อเคส แบบ Customize ให้เป็นซิลิโคนอันเดียวบนโลกที่ออกแบบมาเพื่อคนไข้คนนั้นจริงๆ ซึ่งก่อนจะได้เป็นซิลิโคนที่นำไปเสริมจมูกให้คนไข้ ซิลิโคนจะมาในรูปแบบของบล็อคสี่เหลี่ยม และถูกนำมาตัดให้เป็นซิลิโคนแท่งรูปตัว L ก่อนที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะนำมาเหลาขึ้นรูปจนได้เป็นซิลิโคนที่พอดีกับโครงสร้างจมูกของคนไข้ วางซิลิโคนได้แนบสนิทกับฐานจมูกเดิมของคนไข้ และที่สำคัญเมื่อใส่ซิลิโคนเข้าไปในจมูกแล้วทรงจมูกที่ได้ออกมาต้องสวย หวาน สโลปลงตัวตั้งแต่หัวคิ้วจนถึงปลายจมูก ทรงจมูกรับกับหน้าผาก ปาก และคาง เข้ากับใบหน้าที่สุดและทำให้ใบหน้าโดยรวมของคนไข้ดูดีขึ้น โดยยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่

ซิลิโคนที่ Someko เลือกใช้ มีลักษณะเป็นแผ่น Medical Grade Silicone

อีกจุดสำคัญของการใช้ซิลิโคนเหลาใหม่ด้วยเทคนิค SCT คือ ทำให้การเสริมจมูกมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากซิลิโคนจมูกนี้ถูกออกแบบมาให้พอดีกับคนไข้แต่ละคนจริงๆ ทำให้ซิลิโคนสามารถอยู่ได้ตลอดโดยไม่ทำให้เกิดปัญหาปลายจมูกบาง หรือปลายจมูกทะลุ โดยซิลิโคนที่ Someko เลือกใช้ จะเป็นซิลิโคนที่ใช้ในทางการแพทย์ เป็น Medical Grade นำเข้าจากอเมริกา ซึ่งได้รับการรับรองทั้งจาก U.S. FDA และ อย. ของประเทศไทย รวมถึงได้รับการรับรองจากอีกหลายประเทศทั่วโลก

นี่คือ ซิลิโคนรูปตัว L ซึ่งแพทย์จะค่อย ๆ วัดสัดส่วนจมูกและบรรจงเหลาตกแต่ง

สำหรับแพทย์ที่จะเหลาซิลิโคนด้วยเทคนิค SCT ได้นั้น จะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์สูงจริงๆเท่านั้น โดยต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถเหลาขึ้นรูปซิลิโคนได้เป๊ะ พอดีกับโครงสร้างจมูกคนไข้ ในการเหลาซิลิโคนแพทย์จะต้องทำการวัดสัดส่วนจมูกอย่างละเอียด บรรจงเหลาออกมาให้ดีที่สุดในทุกๆครั้ง เหลาแล้วเหลาอีก ส่วนเว้าส่วนโค้งต่างๆต้องพอดี แพทย์จะเหลาจนกว่าจะได้ซิลิโคนจมูกที่สวยและพอดีกับโครงสร้างของแต่ละคนจริงๆ คนไข้ทุกคนมั่นใจได้เลยว่าซิลิโคนจมูกชิ้นนี้ถูกเหลาขึ้นมาเพื่อจมูกของเราจริงๆ

ไม่ใช่แพทย์ทุกคน ที่จะสามารถเหลาขึ้นรูปซิลิโคนเองได้แบบนี้

ตำแหน่งการวางซิลิโคนจมูก SCT

ถึงแม้จะได้ซิลิโคนจมูกแบบเหลาใหม่ด้วยเทคนิค SCT ที่สวยและพอดีกับโครงสร้างมาแล้ว แต่ในขณะที่เสริมจมูก หากแพทย์วางซิลิโคนในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดปัญหาหลังทำจมูกตามมาได้ ดังนั้นการเสริมจมูกด้วยเทคนิค SCT จะกำหนดตำแหน่งการวางซิลิโคนที่ถูกต้องในการเสริมจมูกไว้ คือวางไว้ใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum) เพื่อเป็นการล็อคซิลิโคนให้แนบสนิทไปกับแนวกระดูกจมูกเดิมของคนไข้ตลอดทั้งแนว ซึ่งจะป้องกันการเกิดปัญหาต่อไปนี้ได้เป็นอย่างดี

  • ปัญหาซิลิโคนลอย
  • ปัญหาซิลิโคนจมูกเบี้ยว เอียง
  • การมองเห็นขอบซิลิโคนจมูกที่เสริมไป

ข้อดีของการวางซิลิโคนเหลาใหม่ SCT ใต้เนื้อเยื่อหุ้มกระดูก

และข้อมูลเบื้องต้นนี้ คือเหตุผลที่ว่าเราจึงควรเสริมจมูกด้วยเทคนิค SCT ที่คิดค้นขึ้นโดยคุณหมอมิว Someko การเสริมจมูกด้วยเทคนิคนี้จะทำให้ได้ทรงจมูกที่สวย เข้ากับใบหน้าอย่างลงตัวไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานอีกกี่ปี จมูกทรงนี้ก็จะยังดูสวยเสมอ มองได้ไม่มีเบื่อ และที่สำคัญเป็นการเสริมจมูกที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยอย่างแท้จริง

ปรึกษาคุณหมอฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

สำหรับใครที่สนใจเสริมจมูก แก้จมูก กับคุณหมอมิว หรือทีมแพทย์ Someko สามารถติดต่อเข้ามาตามช่องทางต่างๆของทางคลินิกได้เลยนะคะ คุณหมอทุกท่านปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมกับตรวจโครงสร้างจมูกให้อย่างละเอียดเลยค่ะ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ อย่าด่วนตัดสินใจเสริมจมูกที่ไหน ถ้ายังไม่ได้เข้ามาปรึกษากับ Someko นะคะ

เหลาซิลิโคนใหม่จนกว่าจะพอดี ไม่ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูป

และสำหรับชนิดของซิลิโคนที่ Someko เลือกใช้จะเป็นซิลิโคน Medical Grade จาก USA ที่เอาไว้ใช้สำหรับทางการแพทย์โดยเฉพาะ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาของทั้งอเมริกา (U.S. FDA) และไทย (Thai FDA) จึงมั่นใจได้เลยว่าซิลิโคนจมูกแท่งนี้จะอยู่ในร่างกายของเราได้อย่างปลอยภัย และอยู่ในร่างกายเราตลอดชีวิต หากเราไม่ต้องการปรับเปลี่ยนทรงจมูก

ซิลิโคน Medical Grade นำเข้าจากประเทศอเมริกา ใช้ในทางการแพทย์

โดยรูปแบบของซิลิโคนจากประเทศอเมริกา จะเป็นแบบแผ่น ซึ่งคุณหมอมิวและทีมศัลยแพทย์พลาสติกผู้เชี่ยวชาญของ Someko จะทำการเหลาขึ้นรูปเอง เพื่อให้ได้สวยเข้ากับรูปหน้า และใส่ได้พอดีกับฐานจมูกเดิมของแต่ละคนมากที่สุด จะเป็นซิลิโคนที่มีอันเดียวบนโลกเท่านั้นค่ะ

ซิลิโคนทั้ง 3 แบบ ของโซเมโกะ ต่างกันอย่างไร?

Someko มีซิลิโคนให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ คือ

  1. ซิลิโคน USA แบบสแตนดาร์ด : มีความยืดหยุ่นและความนิ่มน้อย เหมาะกับคนเนื้อจมูกเยอะ
  2. ซิลิโคน USA แบบพรีเมี่ยม : มีความยืดหยุ่นและความนิ่มปานกลาง เหมาะกับคนเนื้อจมูกเยอะและค่อนข้างน้อย
  3. ซิลิโคน USA แบบพรีเมี่ยม นิ่มพิเศษ : มีความยืดหยุ่นและความนิ่มมาก เหมาะกับคนเนื้อจมูกน้อย และช่วยลดความเสี่ยงในการทะลุได้เป็นอย่างดี

โครงสร้างจริงของกระดูกในจมูก

ตำแหน่งในการวางซิลิโคนจมูก : ซิลิโคนจมูกจะต้องวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ถูกต้อง นั่นคือใต้ชั้นเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อล็อคซิลิโคนให้อยู่แนบแน่นสนิทกับฐานจมูกเดิม ลดโอกาสในการเกิดปัญหาซิลิโคนลอย และจมูกเบี้ยวเอียงหลังจากการเสริมจมูก ซึ่งการที่จะวางซิลิโคนจมูกให้อยู่ในตำแหน่งนี้ได้แพทย์จะต้องมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญสูงในการเลาะเนื้อเยื่อเพื่อสร้างโพรงสำหรับวางซิลิโคน

รูปแสดงการวางซิลิโคนจมูกในตำแหน่งที่ถูกต้อง

รูปแสดงการวางซิลิโคนจมูกในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง

ซึ่งในการเสริมจมูกแบบ Close นี้ แพทย์มักจะทำร่วมกับเทคนิคการแต่งปลายจมูกแบบพิเศษ เพื่อปรับให้ปลายจมูกมีความยาวและละมุนมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเนื้อปลายจมูกบางได้เป็นอย่างดี ซึ่งเทคนิคในการแต่งปลายจมูกที่ Someko จะมีทั้งหมด 3 เทคนิคด้วยกัน

เทคนิคการแต่งปลายจมูก 3 แบบ ที่ Someko

เทคนิคการแต่งปลายจมูกที่ Someko

  1. แต่งปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบ (Dermofat Graft) : จะเป็นการเปิดแผลบริเวณก้นกบ ขนาดประมาณ 1-2 ซม. เพื่อตัดเนื้อเยื่อตรงก้นกบออกมา และนำมาตัดแต่งด้วยเทคนิคเฉพาะของทีมแพทย์ Someko ให้ได้ขนาดและรูปทรงที่ต้องการ โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำ ก่อนจะทำไปเติมที่ปลายจมูก เพื่อเพิ่มความยาวให้ปลายจมูก ทำให้ปลายจมูกละมุนขึ้น ซึ่งข้อดีของเนื้อเยื่อก้นกบคือเป็นการใช้เนื้อเยื่อของเราเอง ทำให้มีความเป็นธรรมชาติสูง เนื้อเยื่อก้นกบจะเรียบเนียนไปกับเนื้อจมูกของเราโดยไม่เห็นเป็นขอบรอยต่อใดๆ ทำให้ได้ทรงจมูกที่สวย เนียน มีมิติ และลดโอกาสเสี่ยงของการทะลุได้เป็นอย่างดี และแผลที่ก้นกบจะมีขนาดเล็กมากและจะถูกซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ซึ่งเทคนิคการแต่งปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อก้นกบนั้นเป็น Signature Technique ของ ทีมแพทย์ Someko

ลักษณะของแผลที่ก้นกบ

  1. แต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู : จะเป็นการเปิดแผลที่บริเวณหลังหู ขนาดประมาณ 1-2 ซม. เพื่อทำการเลาะเอากระดูกอ่อนบริเวณหลังหูออกมา และทำการเย็บปิดแผลอย่างปราณีต ซ่อนแผลไว้ที่รอยต่อด้านหลังหู และจะนำกระดูกอ่อนที่ได้มาตัดแต่งให้ได้ขนาดและรูปทรงที่ต้องการ เพื่อทำไปเติมที่ปลายจมูก ซึ่งข้อดีของการแต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหูคือเป็นเนื้อเยื่อของเราเอง และทำให้ได้ปลายจมูกที่ยาวและพุ่งมากกว่าการใช้เนื้อเยื่อก้นกบ แต่ก็จะมีข้อจำกัดคือคนไข้จะต้องมีเนื้อปลายจมูกที่หนาพอสมควร หากคนไข้มีเนื้อปลายจมูกที่บางและทำการแต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหูอาจทำให้เห็นขอบของกระดูกอ่อนได้

ลักษณะของแผลที่หลังหู

  1. แต่งปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม : เนื้อเยื่อเทียม คือ วัสดุสังเคราะห์ที่เลียนแบบมาจากเนื้อเยื่อของมนุษย์ สำหรับใช้ทางการแพทย์โดยตรง ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าปลอดภัย นิยมใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งในเคสแผลไฟไหม้แบบลึก หรือในเคสอุบัติเหตุที่มีการสูญเสียเนื้อเยื่อผิวหนังเป็นบริเวณกว้าง ในแง่ของการเสริมจมูก เนื้อเยื่อเทียมจะถูกทำมาใช้ในการตกแต่งปลายจมูก เพื่อเพิ่มความหนาของเนื้อจมูก ทำให้ปลายจมูกยาวและสวยยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการใช้เนื้อเยื่อก้นกบ จะเหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเปิดแผลบริเวณอื่นๆเพิ่มเติม

ลักษณะของเนื้อเยื่อเทียม

การตัดปีกจมูกที่ Someko

เป็นการปรับขนาดทรงจมูกให้ดูเล็กลง ทำให้ช่วงปลายจมูกดูเรียวขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปีกจมูกบาน รูจมูกกว้าง ลักษณะเหมือนทรงชมพู่ ซึ่งคนที่มีจมูกลักษณะนี้เมื่อทำการเสริมจมูกพร้อมตัดปีกจะทำให้ได้ทรงจมูกที่สวยสมส่วน และเข้ากับใบหน้ามากยิ่งขึ้น และเทคนิคการตัดปีกจมูกของโซเมโกะจะทำการตัดจากด้านใน และเย็บแผลอย่างละเอียดประณีต รวมถึงซ่อนแผลไว้ด้านในเพื่อลดโอกาสในการมองเห็น

ตัดปีกแผลในเทคนิคเฉพาะของ Someko

ผลลัพธ์หลังเสริมจมูกพร้อมตัดปีกจมูกกับคุณหมอมิว Someko

เสริมจมูก Semi Open

การเสริมจมูกแบบ Semi Open จะมีการเปิดแผลที่รู้จมูกทั้ง 2 ข้าง และเสริมซิลิโคนจมูกเข้าไปตามแนวฐานกระดูกจมูกเดิมเช่นเดียวกับการเสริมจมูกแบบ Close แต่การเปิดแผลในรูปจมูกทั้งสองข้างจะช่วยลดแรงตึงในจมูกได้ดี แพทย์จะเห็นโครงสร้างจมูกได้มากกว่าการเปิดแผลแบบ Close ทำให้แพทย์สามารถสร้างโพรงสำหรับวางซิลิโคนในจมูกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ลดโอกาสการเบี้ยวเอียงของซิลิโคน ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และนอกจากนี้การเสริมจมูกแบบ Semi Open ยังสามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกบางส่วนได้ คือ

  • แพทย์สามารถทำการตอกฐานจมูกได้ เหมาะสำหรับคนที่มีฐานจมูกกว้างไม่มากนัก และต้องการให้จมูกเรียวเล็กขึ้น
  • แพทย์สามารถทำการตะไบตกแต่งฐานจมูกได้อย่างทั่วถึง มากกว่าการเสริมจมูกแบบ Close
  • แพทย์สามารถทำการเย็บ Interdome เพื่อทำให้ปลายจมูกเรียวและพุ่งได้มากขึ้น

ลักณะการเปิดแผลของการเสริมจมูก Semi Open

ซึ่งในการเสริมจมูกแบบ Semi Open นี้ สามารถทำร่วมกับเทคนิคการแต่งปลายจมูกได้เช่นเดียวกับการเสริมจมูกแบบ Close โดยอาจทำการแต่งปลายจมูกด้วย เนื้อเยื่อก้นกบ กระดูกอ่อนหลังหู หรือเนื้อเยื่อเทียมได้เช่นกัน

ผลลัพธ์หลังตอกฐานจมูก ปรับให้ฐานจมูกเรียวเล็ก

ตอกฐานจมูก พร้อมแก้จมูก ด้วยเทคนิค Semi Open

ลักษณะของรูปจมูก และปลายจมูกที่เปลี่ยนไป หลังเย็บ Interdome

ความเปลี่ยนแปลงทันที หลังแก้จมูก Semi Open พร้อมเย็บ Interdome

แต่สำหรับคนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อนกว่านี้ เช่น ผนังกั้นห้องจมูกคด ปลายจมูกสั้นมากๆ จมูกมีฮัมพ์ที่สูงมาก ฐานจมูกกว้างมาก ปลายจมูกใหญ่ ลักษณะแบบนี้จะต้องทำการแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกด้วยการเสริมจมูกแบบ Open

ผลลัพธ์หลังการเสริมจมูก ด้วยเทคนิค Semi Open

เสริมจมูก Open

การเสริมจมูกโอเพ่น (Open) ด้วยเทคนิคเฉพาะที่ Someko “Secret Open” เป็นเทคนิคการเสริมจมูกเพื่อทำการแก้ไขโครงสร้างจมูกโดยตรง ซึ่งแพทย์จะเปิดแผลที่ฐานจมูกและรูจมูกทั้งสองข้างเพื่อให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กระดูกจมูก กระดูกอ่อนจมูก ผนังกั้นห้องจมูก ทำให้แพทย์สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ เพื่อให้ได้ทรงจมูกที่สวยเข้ากับใบหน้า เหมาะกับคนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อน ไม่สามารถเสริมจมูกด้วยการเสริมจมูกแบบ Close หรือ Semi Open ได้

ลักษณะการเปิดแผลจมูกของการทำจมูก Open

เช่น โครงสร้างจมูกคด ฐานจมูกใหญ่ ปลายจมูกโต ปลายจมูกงุ้ม จมูกสั้นมากๆแต่ต้องการให้ปลายจมูกยาวขึ้น ต้องการให้ทรงจมูกเปลี่ยนมากๆ และนอกจากปัญหาด้านโครงสร้างแล้ว ในกรณีที่เคยฉีดสารเลว เคยฉีดซิลิโคนเหลวมาก่อน และต้องการแก้ไข การแก้จมูกแบบ Open จะทำให้แพทย์เห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมดอย่างชัดเจน และสามารถขูดเอาสารแปลกปลอมที่เคยฉีดไปออกมาได้ดีกว่าการแก้จมูกแบบ Close หรือ Semi Open

โครงสร้างกระดูกในจมูกแต่ละส่วน

เมื่อคุณพู่กันวิเศษ “Pugun Wisad” ตัดสินใจทำจมูก Secret Open ที่ Someko

ทรงจมูกสวยเป๊ะ สไตล์สายฝอ ด้วยเทคนิค Secret Open

การเสริมจมูกโอเพ่น (Open) เหมาะสำหรับเคสที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทรงจมูกด้วยเทคนิค Close หรือ Semi Open ได้ เช่น

  1. คนที่มีปัญหาฐานจมูกเอียงแต่กำเนิดหรือฐานจมูกเอียงจากอุบัติเหตุ ฐานจมูกคด ต้องการเสริมจมูกใหม่ หรือแก้ไขทรงจมูกให้ตรงและทรงจมูกสวยขึ้น

เคสผนังกั้นห้องจมูกคดแต่กำเนิด หลังทำจมูก Secret Open ปรับโครงสร้าง ทำให้จมูกตรง ทรงสวย เข้ากับใบหน้า

น้องโยโกะ อาภัสรา (IG: apasraa) ดารานักสาวสาว ตัดสินใจทำจมูก Secret Open แก้ปัญหา จมูกเอียง ฮัมพ์สูง

เสริมจมูก Secret Open แก้ปัญหาฮัมพ์สูง ปลายจมูกงุ้ม

แก้ปัญหาฐานจมูกเอียง ปรับโครงสร้างจมูก เทคนิค Secret Open

  1. คนที่มีฮัมพ์ขนาดใหญ่ ต้องการเสริมจมูกใหม่ เพื่อปรับทรงจมูกให้สโลปสวย เข้ากับใบหน้ามากยิ่งขึ้น

เคสฮัมพ์จมูกสูงมาก แต่ปลายจมูกตกและสั้น ลดขนาดฮัมพ์พร้อมยืดปลายจมูกด้วยเทคนิค Secret Open

  1. คนที่มีปลายจมูกใหญ่ ปลายจมูกกลม เนื้อปลายจมูกหนามาก ต้องการแก้ไขทรงจมูกให้ปลายดูเรียวขึ้น

แก้ปัญหาปลายจมูกใหญ่และหนา ด้วยการทำจมูกเทคนิค Secret Open

เคสจมูกสั้น ปลายจมูกกลมและหนา แก้ไขด้วยการทำจมูก Secret Open ยืดผนังกั้นห้องจมูก และเลาะไขมันปลายจมูก

  1. คนที่มีปลายจมูกสั้นมาก ปลายจมูกแหงน เนื้อปลายจมูกน้อย ต้องการให้ปลายจมูกยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สวย และปลอดภัย

ปัญหาปลายจมูกสั้นและตัด เนื้อปลายจมูกน้อย สันจมูกแบน เสริมจมูกด้วยเทคนิค Secret Open

ปัญหาปลายจมูกสั้นและตัด เนื้อน้อยมาก เสริมจมูกด้วยเทคนิค Secret Open(ขอทรงจมูกธรรมชาติ รับกับใบหน้า ปลายจมูกไม่พุ่งจนเกินไป)

ปลายจมูกสั้น เนื้อจมูกน้อย การเสริมแบบ Close จะไม่สามารถยืดปลายจมูกได้ยาวเท่าที่ควร ต้องแก้ไขด้วย Secret Open

  1. คนที่มีปลายจมูกงุ้ม ลักษณะปลายจมูกยาวและตกลง เหมือนจมูกแม่มด ทำให้ใบหน้าดูแข็ง ดูมีอายุ ต้องการแก้ไขให้ปลายจมูกพุ่งและยกขึ้น

ปลายจมูกยาว งุ้ม และปลายตก ทำให้ใบหน้ามีอายุ และดูแข็ง แก้ไขด้วยการทำจมูก Secret Open ยืดผนังกั้นห้องจมูกและเย็บยกปลายจมูก ให้ปลายจมูกเชิ่ดและพุ่งขึ้น ในองศาที่เหมาะสม รับกับใบหน้า

  1. คนที่มีปัญหารูจมูกผิดรูป ต้องการปรับทรงแก้ไขรูจมูกให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น

แก้ไขรูจมูกผิดรูป ด้วยเทคนิคการแก้จมูก Secret Open

แก้ไขปัญหารูจมูกแบนและเท่าไม่กัน ด้วยเทคนิค Secret Open

  1. คนที่แก้จมูกมาแล้วหลายครั้ง จนรูจมูกมีขนาดเล็กมาก มีผังผืดในจมูกเยอะ

เคสแก้จมูกมา 2 ครั้ง แต่ปัญหาไม่จบ แกนจมูกเอียง รูจมูกผิดรูป ทรงจมูกไม่สวย แก้ไขใหม่ด้วยเทคนิค Secret Open

สำหรับการเสริมจมูกโอเพ่น (Open) ของ Someko จะเป็นเทคนิคเฉพาะที่ชื่อว่า “Secret Open” ที่แตกต่างจากการเสริมจมูก Open ทั่วไป ซึ่งเทคนิคนี้จะทำให้อาการบวมช้ำหลังทำน้อย ทรงจมูกเข้าที่ได้ไว้ขึ้น และทรงจมูกสวย ได้สัดส่วนที่พอดี และเข้ากับรูปหน้า โดยในการเสริมจมูก Secret Open นี้ บริเวณปลายจมูกจะไม่มีซิลิโคนอยู่เลย ซิลิโคนจะใช้เสริมเพื่อการแต่งทรงเฉพาะบริเวณสันจมูกเท่านั้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้เทคนิคในการแก้ไขปรับโครงสร้างแต่งปลายจมูกแบบพิเศษแทน ที่เรียกว่าการยืดผนังกั้นห้องจมูก

การเสริมจมูก Secret Open ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ Someko จะเทคนิคพิเศษอื่นๆอีกมากมาย ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาจมูกให้แต่ละเคสอย่างตรงจุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะมีเทคนิคพิเศษหลักๆ 6 เทคนิค โดยในแต่ละเคสที่เสริมจมูกโอเพ่น (Open) ไม่จำเป็นต้องทำทุกเทคนิค

แพทย์ตรวจโครงสร้างจมูกอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการทำจมูก Secret Open

การประเมินว่าต้องใช้เทคนิคไหนบ้างขึ้นกับปัญหาของแต่ละเคส แต่การที่จะทำเทคนิคพิเศษเหล่านี้ได้นั้น แพทย์เฉพาะทางด้านโครงสร้างจมูกจะต้องเห็นโครงสร้างกระดูกในจมูกทั้งหมด จึงจำเป็นที่จะต้องทำการเปิดแผลแบบ Open

หลังผ่าตัดทำจมูก Secret Open เสร็จทันที บวมช้ำน้อย ทรงจมูกสวย เป็นธรรมชาติ

ในบางคนจะมีปัญหาโครงสร้างจมูกหลายอย่างร่วมกัน การแก้จมูกด้วยเทคนิค Secret Open จะตอบโจทย์ที่สุด

6 เทคนิคพิเศษที่ใช้ในการเสริมจมูก Secret Open

  1. เทคนิคยืดผนังกั้นห้องจมูก : เป็นเทคนิคการปรับโครงสร้างจมูกบริเวณส่วนปลายจมูก เพื่อให้ปลายจมูกยาวและพุ่งมากขึ้น โดยไม่ต้องใช้ซิลิโคนจึงไม่เสี่ยงต่อปัญหาปลายจมูกทะลุ และแพทย์จะสามารถยืดปลายจมูกให้ยาวขึ้นได้มากกว่าการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนปกติ

การยืดผนังกั้นห้องจมูก ทำให้ปลายจมูกยาวและพุ่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้ซิลิโคน หมดความกังวลเรื่องปลายจมูกทะลุ เหมาะกับคนปลายจมูดตัด เนื้อน้อย นอกจากนี้ยังช่วยให้รูจมูกดูเรียวขึ้นด้วย

การยืดผนังกั้นห้องจมูกจะเหมาะกับคนที่มีปัญหาจมูกสั้น ปลายจมูกเนื้อน้อยมากๆ ต้องการให้ปลายจมูกยาว พุ่งขึ้น หรือคนที่มีปัญหาปลายจมูกตกและงุ้มมากๆ ก็จะต้องใช้เทคนิคยืดผนังกั้นห้องจมูกในการแก้ไขเช่นกัน เพื่อดันให้ปลายจมูกที่เคยตกพุ่งและเชิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

แพทย์จะเลือกใช้กระดูกอ่อนจากบริเวณที่เหมาะสม เพื่อนำมายืดผนังกั้นห้องจมูก

การทำเทคนิคยืดผนังกั้นห้องจมูก แพทย์จะใช้กระดูกอ่อนในร่างกายของคนไข้ ซึ่งอาจนำมาจากกระดูกอ่อนที่ผนังกั้นห้องจมูก กระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกอ่อนซีโครง มาตัดแต่งทรงและเย็บต่อกับผนังกั้นห้องจมูกเดิมเพื่อให้ผนังกั้นห้องจมูกยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะใช้กระดูกอ่อนจากส่วนไหนนั้นแพทย์จะพิจารณาจากโครงสร้างของจมูกและความแข็งแรงของกระดูกอ่อนของแต่ละบุคคลร่วมด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยอาจเป็นการใช้กระดูกอ่อนตำแหน่งเดียว หรือใช้จากหลายตำแหน่งร่วมกันได้

รูปตัวอย่างเคสที่ใช้กระดูกอ่อนจากผนังกั้นห้องจมูกในการยืดปลายจมูก

  1. เทคนิคแก้ผนังกั้นห้องจมูกคด : ผนังกั้นห้องจมูกคดเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ 1. เกิดจากโครงสร้างผนังกั้นห้องจมูกที่ผิดปกติตั้งแต่กำเนิด มีกระดูกอ่อนบริเวณส่วนด้านหน้าของจมูกที่ยาวเกินไปทำให้เกิดการคดงอ ซึ่งอาจคดได้หลายลักษณะ คือเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือคดไปคดมาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา และ 2. เกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้จมูกหัก หรือทำให้กระดูกอ่อนในจมูกงอ ซึ่งผนังกั้นห้องจมูกคดนอกจากจะทำให้รูปทรงจมูกภายนอกดูเบี้ยวเอียงและไม่สมส่วนแล้ว ในบางรายที่มีการคดเยอะๆ อาจส่งผลให้มีปัญหาคัดจมูก หรือหายใจลำบากร่วมได้ด้วย

ปัญหาจมูกคดจากโครงสร้าง เกิดจากการเบี้ยวเอียงของกระดูกแต่ละส่วนแตกต่างกัน แพทย์ต้องใช้เทคนิค Secret Open ในการเปิดดูโครงสร้างจมูก และทำการแก้ไข ปรับโครงสร้างกระดูกใหม่ให้ตรงขึ้น

ในการแก้ไขผนังกั้นห้องจมูกคดแพทย์จะต้องตัดเอากระดูกอ่อนบางส่วนบริเวณผนังกั้นห้องจมูกออก พร้อมกับทำการเย็บและจัดทรงผนังกั้นห้องจมูกให้ตรงขึ้น ซึ่งเทคนิคการแก้ผนังกั้นห้องจมูกคดนี้ จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างจมูกโดยตรงเท่านั้น

การแก้ไขผนังกั้นห้องจมูกคด แพทย์เฉพาะทางจะทำการตัดเอากระดูกอ่อนในจมูกบางส่วนออก เพื่อปรับทรงแนวกระดูกใหม่ ให้ตรงและทรงสวยมากขึ้น

  1. เทคนิคเหลาฮัมพ์ : ฮัมพ์ (Hump) คือ บริเวณของสันจมูกที่มีลักษณะโค้งนูนขึ้นมา เกิดจากจมูกบริเวณนี้ที่ไม่เรียบ ซึ่งอาจเป็นกระดูกจมูก (Nasal Bone) หรือกระดูกอ่อนจมูก (Nasal Cartilage) หรือทั้งสองส่วนร่วมกัน โดยปกติทุกคนจะมีฮัมพ์จมูกอยู่แล้วแต่จะแตกต่างกันที่ขนาดของฮัมพ์ สำหรับคนที่มีปัญหาฮัมพ์สูงไม่มากและต้องการแก้ไขทรงจมูก สามารถทำได้ด้วยการเสริมจมูกแบบ Close ร่วมกับเทคนิคการตะไบฮัมพ์เพื่อช่วยแต่งทรงจมูก แต่ในกรณีที่ฮัมพ์สูงมากๆ จะต้องแก้ไขด้วยการเสริมจมูก Open ร่วมกับเทคนิคการเหลาฮัมพ์เพื่อลดขนาดของฮัมพ์ลง ซึ่งแพทย์ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างจมูกโดยตรง และต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการกรอกระดูกหรือเหลาตกแต่งฮัมพ์ เพื่อให้ได้ทรงจมูกที่สวยรับกับใบหน้ามากยิ่งขึ้น

เคสที่มีฮัมพ์สูงมาก ๆ จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการกรอและเหลากระดูกเพื่อปรับให้ฮัมพ์เตี้ยลง และมีความ Smooth มากขึ้น

หลังจากที่เหลาตกแต่งฮัมพ์เรียบร้อยแล้ว แพทย์มักจะตกแต่งสโลปจมูกด้วยการใช้ซิลิโคนแบบเหลาใหม่ ซึ่งความยาวของซิลิโคนจะอยู่เฉพาะช่วงสันจมูกเท่านั้น และจะเป็นซิลิโคนที่ไม่หนามาก เนื่องจากคนไข้กลุ่มนี้มักจะมีสันจมูกที่สูงอยู่แล้ว แต่การเสริมด้วยซิลิโคนเข้าไปที่สันจมูกจะช่วยให้ทรงจมูกมีสโลปที่หวาน ละมุน รับกับรูปหน้ามากยิ่งขึ้น

  1. เทคนิคตอกฐานจมูก (Osteotomy) : สำหรับคนที่มีปัญหาฐานจมูกกว้าง ทำให้แกนดูจมูกใหญ่ เมื่อมองหน้าตรงจะขาดมิติ หน้าจะดูแข็ง เราจะสังเกตุได้อย่างไรว่าฐานจมูกเรากว้างหรือไม่ เบื้องต้นสามารถดูได้จากความกว้างของฐานจมูก หากฐานจมูกมีขนาดกว้างกว่าระยะห่างระหว่างหัวทั้งทั้งสองข้าง ลักษณะแบบนี้จะเป็นลักษณะของฐานจมูกที่ค่อนข้างกว้าง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนที่มีปัญหาฐานจมูกกว้างมักจะมาคู่กับปัญหาฮัมพ์ที่สูงมาก ซึ่งในการแก้ไขปัญหาฐานจมูกกว้าง แพทย์จะต้องใช้เทคนิคตอกฐานจมูกทั้งสองข้าง เพื่อลดขนาดกระดูกบริเวณนั้น โดยจะต้องมีการออกแบบแนวในการตอกฐานจมูกให้เข้ากับใบหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ได้แกนจมูกที่สวยพอดี และมีความสมดุลกันทั้งสองฝั่ง รับกับหน้าโดยรวม

ปัญหาฐานจมูกกว้าง ทำให้จมูกดูใหญ่ ใบหน้าขาดมิติ ทรงจมูกดูไม่ชัด แก้ไขได้ด้วยการตอกฐานจมูก

ในคนไข้ที่ฐานจมูกกว้างไม่มาก สามารถแก้ไขทรงจมูกได้ด้วยการเสริมจมูกเทคนิค Semi Open ร่วมกับการตอกฐานจมูก แต่หากคนไข้มีปัญหาฐานจมูกที่กว้างมาก ร่วมกับปัญหาโครงสร้างจมูกอื่นๆร่วมด้วย การเสริมจมูก Open จะเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหาทรงจมูก เนื่องจากแพทย์เห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมด ทำให้ออกแบบการตอกฐานได้แม่นยำมากขึ้น ลดขนาดแกนจมูกได้มากขึ้น และได้ทรงจมูกที่สวย แกนจมูกเรียวเข้ากับใบหน้ายิ่งขึ้น สันจมูกจะดูคมชัดมากขึ้น ใบหน้ามีมิติมากขึ้น

ตอกฐานจมูก เพื่อปรับให้แกนจมูกเรียวได้รูป

  1. เทคนิคลดขนาดปลายจมูก : สำหรับเทคนิคการลดขนาดปลายจมูกนี้ จะเหมาะกับคนที่มีเนื้อปลายจมูกหนา มีชั้นไขมันที่ปลายจมูกเยอะ หรือที่เรียกว่า Bulbous Nose ซึ่งเป็นลักษณะปลายจมูกที่พบได้มากในคนไทย คนที่มีปลายจมูกแบบนี้จะมีลักษณะปลายจมูกที่ค่อนข้างกลมและใหญ่ การใช้เทคนิคยืดผนังกั้นห้องจมูกร่วมกับการเย็บ Interdome จะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ปลายจมูกเรียว และพุ่งมากขึ้นได้ แต่จะต้องใช้เทคนิคลดขนาดปลายจมูกร่วมด้วย โดยแพทย์จะทำการเลาะเอาไขมันส่วนเกินบริเวณปลายจมูกที่มีความหนาออก ซึ่งแพทย์ที่ทำเทคนิคลดขนาดปลายจมูกนี้จะต้องมีความเชี่ยวชาญมาก เนื่องจากต้องเลาะและตัดแต่งเอาไขมันส่วนเกินออกในปริมาณที่พอดี ไม่มากหรือหน้อยจนเกินไป เพื่อให้ได้ตรงจมูกที่สวย เรียว เล็ก แบบรับกับรูปหน้าอย่างลงตัว

ปลายจมูกเนื้อหนา ไขมันเยอะ การเย็บ Interdome เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้ปลายจมูกเรียว และพุ่งขึ้นได้ ต้องทำการเลาะไขมันปลายจมูก เพื่อลดขนาดปลายจมูกร่วมด้วย

  1. เทคนิคเย็บ Interdome : Interdome จะเป็นชื่อที่ใช้เรียกกระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูก จะมีสองฝั่งคือฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งในบางคนปลายกระดูกสองชิ้นนี้กางออกจากกัน จะทำให้ปลายจมูกดูแบน กว้างและบานออก หากต้องการให้ปลายจมูกเรียวและพุ่งขึ้นจะต้องใช้เทคนิคเย็บ Interdome ให้กระดูกทั้งสองชั้นติดกันในองศาที่เหมาะสม เพื่อให้ปลายจมูกเรียว เล็ก และรับกับสันจมูกมากยิ่งขึ้น และทรงของปลายจมูกมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเสริมจมูก Open จะทำให้แพทย์เย็บ Interdome ได้อย่างแม่นยำมากที่สุด เนื่องจากมองเห็นโครงสร้างจมูกได้อย่างชัดเจน

การเย็บ Interdome เป็นการเย็บกระดูกอ่อนบริเวณปลายจมูกทั้ง 2 ฝั่ง ที่แยกออกจากกัน ให้เข้ามาติดกันเพื่อปรับให้ปลายจมูกเรียว เล็ก และพุ่งขึ้น

การเสริมจมูก Secret Open ที่ Someko สามารถทำได้ทั้งแบบดมยาสลบ และไม่ดมยาสลบ (จะใช้วิธีการฉีดยาชาเฉพาะจุด แบบออกฤทธิ์นานแทน) แต่แนะนำให้เลือกเป็นวีธีการดมยาสลบจะดีที่สุด เนื่องจากคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะทำการผ่าตัดเสริมจมูก Open และแพทย์สามารถแก้ไขโครงสร้างจมูกได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าคนไข้จะเจ็บ ซึ่งในการดมยาสลบที่ Someko นั้น จะดำเนินการโดยวิสัญญีแพทย์เฉพาะทาง ตั้งแต่เริ่มต้นผ่าตัดจนกระบวนการผ่าตัดเสร็จสิ้น ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ได้มาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล พร้อมกับการดูแลคนไข้ในช่วงพักฟื้นตลอดเวลาโดยพยาบาลวิชาชีพ

ห้องผ่าตัดมาตรฐานโรงพยาบาล เครื่องมือทันสมัย ดมยาโดยวิสัญญีแพทย์ตลอดการผ่าตัด

การเสริมจมูก Secret Open ที่ Someko เป็นวิธีการเสริมจมูกที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องทรงจมูกได้อย่างครอบคลุมทุกปัญหามากที่สุด เนื่องจากแพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมดได้นั่นเอง และจะเห็นได้ว่าที่มากไปกว่าการเปิดแผลจมูกแบบ Open แพทย์จะยังต้องใช้เทคนิคพิเศษต่างๆอีกมากมาย เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด และได้ทรงจมูกที่เข้ากับใบหน้าของแต่ละคนจริงๆ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องโครงสร้างจมูก การเสริมจมูกด้วยเทคนิค Close ก็จะเป็นวิธีการเสริมจมูกที่เหมาะสมมากกว่า สามารถแต่งทรงจมูกให้สวยได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน เราจึงควรเลือกเทคนิคการเสริมจมูกให้เหมาะกับปัญหาของเราจริงๆ

อัปเดทกันให้ดูแบบวันต่อวัน กับผลลัพธ์หลังปรับโครงสร้างจมูก แก้จมูก Secret Open

สำหรับใครที่ต้องการเสริมจมูกหรือแก้จมูกด้วยเทคนิค Secret Open ควรนัดปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจโครงสร้างจมูกอย่างละเอียด พูดคุยทำความเข้าใจเรื่องความต้องการ ปัญหาโครงสร้างจมูกที่มีอยู่ในปัจจุบัน และแนวทางในการแก้ไขปรับแต่งทรงจมูก เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจว่าการเสริมจมูก Secret Open คือวิธีการเสริมจมูกที่เหมากับเราจริงๆ